ข่าวสาร
วัดป่ามุตโตทัย
(โปรดดูรูปที่ "รูป")
ข่าวสารก่อนเข้าพรรษา ปี พ.ศ. 2553 นี้ กรรมการก่อสร้างและบำรุง กุฏิของโยมผู้หญิง ได้มีการปรับปรุง และเปลี่ยนหลังคาใหม่ เพื่อป้องกันความหนาวเย็น ในช่วงหน้าหนาวนี้ ส่วนกุฏิของพระสงฆ์ทั้งสองกุฏิ
ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างในปีที่ผ่านมา งานก่อสร้างกุฏินี้ใกล้ที่จะเสร็จสิ้น
ลงแล้ว ซึ้ง กุฏิทั้งสองหลังนี้ สามารถเก็บความอุ่นในฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี หลุมพรางที่ใช้ซ่อม อย่างเช่นรถของวัดในห้องซ่อมของทางวัด (Werkstatt) ได้ติตตั้งไม้ค้ำ เพื่อให้ความปลอดภัยกับผู้ใช้ห้องซ่อมนี้ สำหรับห้องเก็บของใต้ดิน
ได้มีการแก้ไขและปรับปรุง อย่างเช่น การปูพื้นใหม่, ติตตั้งประตู
และทำฝาผนังใหม่ เพื่อกันความชื้นในห้องเก็บของใต้ดิน ส่วนหนึ่งของห้องเก็บของนี้
ได้มีการติตตั้งเครื่ืองกรองน้ำจากบ่อน้ำที่เราใช้อยู่
จากการตรวจสอบสามรถใช้เป็นน้ำดื่มได้อย่างเป็นทางการ ในห้องเกียวกับข้อมูลและข่าวสารในวัด นั้นเราได้ติตเพดานกระเบื้องใหม่ เพื่อความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพอากาศ ทางวัดได้ติตตั้งกล่องที่ใช้เก็บก๊าซ ทางวัดมีพื้นที่เก็บฟืนสองจุด จุดหนึ่งได้มีการซ่อมแซมบูรณะ ในส่วนที่สึกหรอลงไป จุดที่สองได้ตั้งกระเบื้องหลังคา พร้อมกันนี้ยังมีอีกหลายจุด ด้วยกันอย่างเช่น ห้องครัว, ห้องสมุด, ห้องโถง ได้มีการทาสีใหม่ (สีส้ม และสีกรัก) ส่วนห้องทำความร้อน (เครื่องฮีเตอร์กลาง)ได้ปููพื้นใหม่ ในส่วนของศาลาธรรมได้ก่อสร้างแท่นบูชาสำหรับตั้งพระประธาน
ซึ้งพระประธาน เราได้หล่อที่ประเทศไทย และได้ส่งมา ที่วัดป่ามุตโตทัย
ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และได้มีพิธีกรรมเปิดพระประธาน ในวันวิสาขบูชา
ที่ผ่านมานี้ (ท่านสามารถเปิดดูรูปในเว็บของทางวัดได้) ส่วนหน้าต่างของทางวัดนั้น เราได้ติตสติกเกอร์ธรรมจักร์ไว้ ป้องกันไม่ไห้นกบินชนหน้าต่าง ที่ทางเข้าศาลาธรรมนั้นได้ติตตั้งป้าย
ชื่อของศาลาธรรม โดยตั้งชื่อของศาลาธรรมนี้ว่า Ger Stahl Dhammahalle
เพื่อเป็นการให้เกียรติกับ คุณ Ger
ซึ้งเป็นผู้บริจาครายใหญ่สำหรับการก่อตั้งวัดป่ามุตฺโตทัยในครั้งแรก
ขออนุโมทนา
ในเขตป่าของวัด ทางเดินจงกรมได้มีการปรับปรุงให้ดีและสดวกขึ้น โดยทางวัดได้วางสายไฟ(ไต้ดิน) จากกุฏิ1 ไปถึงกุฏิ2 พื้นที่สว่นหลังศาลาที่เป็นที่ว่าง ทางวัดได้ปลูกต้นไม้ 500 ต้น เพื่อความร่มรื้นมากยิ้งขึ้น
สิ่งพิมพ์ ทางวัดได้จัดการพิมพ์หนังส์อเกียวกับคำสอนของพระพุทธศาสนา ไว้เพื่อแจกฟรีให้กับท่านที่มีความสนใจ ซึ้งเป็นภาษาเยอรมัน คือ 1. Eintritt in den Strom des Dhamma 2. Voll Liebe zu der ganzen Welt
อื่นๆ วัดป่ามุตฺโตทัยมีรถเพื่อใช้งานต่างๆ ซึ้งเป็นรถมือสอง มีป้ายทะเบียนดี HO-TU 108
ผู้มาเยือน
ทางวัดได้มีโอกาสต้อนรับครูบาอาจารย์จากประเทศไทย
และพระภิกษุสงฆ์จากในและนอกประเทศ
เป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่ง ที่ได้ต้อนรับ ท่านอาจารย์ ชยสาโร และ หลวงพ่อ ทองแดง
วรปญฺโญ
ในปลายเดือนเมษายนพระทางวัดเองได้เยือน วัดดพธิวิหาร ที่ เมือง ไฟรวิงค์
เพื่อการสวดพระปากิโมกข์ ร่วมกันพระภิกษุ 10 รูป
สุดท้ายนี้ ขออนุโมทนา แก่ทุกท่านนี้ได้ บริจาค ทั้ง วัตถุสิ่งของ แรงงาน
และปัจจัย4 ให้กับวัดป่ามุตโตทัยตลอดมา
หากไม่มีทุกท่าน วัดป่ามุตโตทัยคงจะพัฒนาการได้ไม่รวดเร็วเช่นนี้
„สาธุ สาธุ สาธุ
อนุโมทนา
ข่าวสิ้นปี 2009 การก่อสร้าง กุฏิกันหนาวหลังแรกสร้างเสร็จแล้ว
เงียบสงบกว่า อุ่นกว่า เป็นที่เหมาะสำหรับเจริญภาวนา ซึ่งตอนนี้พระเมตติโก
อาศัยอยู่ เมื่อก่อนนี้ท่านอาศัยอยู่ในรถบ้าน
แต่ตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่แล้ว (ไม่มีใครอยากอยู่ที่นั่นอีกต่อไป)
ส่วนกุฏิหลังที่ 2 ได้เริ่มสร้างขึ้นแล้วเช่นกัน การปรับปรุงอื่นๆ รอบๆ อาคารหลัก และโรงเก็บของ ก็เสร็จเรียบร้อยเช่นกัน การประปาซึ่งยังจะต้องแก้ไขอีก
คือเปลี่ยนสายดินเส้นเดิมยาว 200 เมตร ไปจนถึงเครื่องปั๊มน้ำ และ
เครื่องกรองน้ำที่ต้องเป็นไปตามกฎมายของเยอรมัน ทุ่งหญ้าหลังอาคารหลักจะปลูกเป็นป่า
ซึ่งก็ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนทางเดินหลักนั้น คุณมิคาเอล
ได้ปลูกต้นวอลนัท และ ต้นลินเดน์ ไว้ทั้งหมด 10 ต้น
เพื่อจะทำเป็นเขตกั้นทางธรรมชาติของวัด อีกส่วนที่เป็นป่านั้นจะค่อยๆ
เลือกตัดเอาแต่ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ติดๆกันมากๆนั้น มาตัดเป็นฟืน
สำหรับเตาผิง ทำความร้อนจากส่วนกลาง และปลูกใหม่ทดแทนด้วย
คาดว่าฟืนที่เรามีอยู่แล้วจะพอใช้สำหรับในฤดูหนาวนี้
ส่วนบุคคล เมื่อวันที่
21 พ.ย.ที่ผ่านมา ทางวัดมีปะขาวคนใหม่ คุณมาร์คุส การ์ส ขอรักษาศีล
8 และฝึกอบรมเป็นเวลา 1 ปีเพื่อจะบวชเป็นพระภิกษุต่อไป
พระพุทธรูป 3 องค์ องค์ที่พระสงฆ์กราบสักการะบ่อยที่สุดนั้น
ก็คือองค์ที่ประดิษฐานอยู่ในห้องสงฆ์: ห้องที่พระสงฆ์ฉันอาหาร
ห้องที่ใช้สำหรับชุมนุมสงฆ์ และที่สำหรับลงอุโบสถด้วย
หากมีพระสงฆ์จำวัดอยู่น้อยกว่า 4 รูป (ส่วนใหญ่เป็นกรณีนี้) จนกระทั่งเดือน
พ.ย. บนแท่นบูชาที่เคยมีพระพุทธรูปองค์เดิมอยู่
หรือองค์ที่เราขอยืมมาชั่วคราวจากผู้มีพระคุณมากๆนั้น
ตอนนี้ได้ท่านได้นำกลับไปแล้ว
และทางวัดได้นำรูปจำลองพระพุทธรูปปางแสงปฐมเทศนา
ที่สวยงามมากนั้นมาตั้งบูชาแทน (ได้รับบริจาค จากคุณ เซียน มาห์ จาก
มาเลเซีย)
พระพุทธรูปบนเจดีย์ คนส่วนมากไหว้ด้วยธูปนั้น
ที่นั่นได้ปลูกคลุมพื้นดินส่วนที่เป็นเจดีย์ด้วยต้นกุหลาบ
คนจัดสวนหลายคนประหลาดใจมาก ที่ได้เห็นกุหลาบนั้นยังคงออกดอกจนถึงเดือน
พ.ย. ทำให้ดูเหมือนว่า
พระพุทธรูปนั้นประทับนั่งอยู่บนภูเขาดอกไม้
แต่ตอนนี้ต้นกุหลาบนั้นก็ถูกปกคลุมไปด้วยฟาง และกิ่งสนฟิกเทน
เลยทำให้ตอนนี้ มองดูเหมือนกับพวงมาลัยขนาดยักษ์
พระพุทธรูปที่ได้รับความร่วมมือมากที่สุดจากหลายๆฝ่าย
พระพุทธรูปองค์นี้จะถูกนำมาประดิษฐานไว้ในหอปฏิบัติธรรม
พระพุทธรูปปางนาคปรก ตัวแบบเป็นพระพุทธรูปหล่อ สมัยศรีวิชัย (ราว พ.ศ. 1500) ผู้บริจาคมากมาย โดยเฉพาะจาก ประเทศไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ในวันที่
23 ธันวาคม นี้ มีงานพิธีการหล่อ ส่วนที่เป็นองค์พระพุทธรูป
และในอีกส่วนที่เป็นองค์พญานาคจะหล่อในเดือน มกราคา ปี พ.ศ.2553 ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานจากไทย
(หลวงพ่อเลี่ยม, ท่านอาจารย์จันท์ดี, ท่านอาจารย์ทองแดง เป็นต้น)
และพระฝรั่ที่มีชื่อเสียง หลายๆท่าน (ท่านอาจารย์ปสนฺโน,
ท่านอาจารย์ชยสาโร, ท่านอาจารย์อมโร เป็นต้น) ได้มาพร้อมกันในวันที่ 23
ธันวาคม
ให้ศีล พร ที่โรงหล่อ (จ.ปทุมธานี) เพื่อเป็นศิริมงคล
และคาดว่าประมาณเดือนเมษายน ปี 2553 พระพุทธรูปประธานจะมาถึงวัด
การสวดพระปาฏิโมกข์ครั้งแรกของมุตโตทัย
ในวันอาสาฬหบูชา
วันพระจันทร์เต็มดวงในเดือนกรกฎาคมในปีนี้ คณะสงฆ์สามารถรวมกันได้ 6
รูปโดยความช่วยเหลือจากภิกษุวัดไฟรชิงค์ ทำให้หมู่สงฆ์ครบองค์ 4
ซึ่งสามารถทำสังฆกรรม และสวดพระปาฏิโมกข์ได้เป็นครั้งแรก
การสวดพระปาติโมกข์
เป็นพิธีกรรมที่พิเศษเพราะเป็นโอกาสที่พระจะได้ทบทวนศีล 227
ข้ออันจะทำให้การอยู่ร่วมกันและปฏิบัติธรรมเป็นไปอย่างราบรื่นสามัคคี
และเป็นวัตรปฎิบัติที่ดำรงมาช้านานตั้งแต่สมัยพุทธกาล
ในตอนกลางวันของวันนั้น
เป็นช่วงที่มีสิริมงคลสูงสุด
เพราะได้มีพิธีนำอัฐิของพ่อแม่ครูอาจารย์พระอริยสาวก
เข้าไปใส่ไว้ในใต้ฐานพระพุทธรูป ซึ่งประทับอยู่บนยอดสถูป
ซึ่งสร้างเป็นเป็นพุทธบูชาพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ในอดีต
พิธีการดังกล่าวประกอบด้วยหมู่สงฆ์ 5 รูป โยมชายหญิง ราว 50 คน
พระอาคันตุกะ
หลังพิธีออกพรรษา 2551
สำหรับพิธีกฐินปี 2551, ภันเต อนุรุทฺโธ จากเมตตาวิหาร และท่าน ญาณทสฺสโน
จากอัมราวดี ได้มาเยี่ยมและช่วยเย็บผ้ากฐิน
ในช่วงฤดูหนาว อาจารย์วิมโล อาจารย์ คงฤิทธิ์ และอาจารย์ หัสกร จากอังกฤษ
(วัดอัมราวดี) มาเยี่ยม และพักอยู่ช่วงหนึ่ง
อาจารย์เกวลี (เจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ)
ึภันเตสุขจิตฺโต (อัมราวดี) ภิกขุฐิตธมฺโม
(วัดไฟร์ชิงค์) ได้มาเยี่ยม ลามา ลนดรุป
พระธิเบตชาวเยอรมันซึ่งพักอยู่ที่มุตโตทัย
2 วัน และได้สนทนาธรรมแลกเปลี่ยนความรู้
ครูบาอาจารย์
ได้เมตตามาเยี่ยมเช่นกัน ท่านหลวงปู่ต้น
ธมฺมรโต จากวัดป่าด่านวิเวก หนองคาย
ประเทศไทยได้มาเยี่ยมและพักอยู่ 4 วัน นับว่าเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ
และสิริมงคล ทางวัดได้ฟังเทศน์ที่ออกมาจากใจท่านที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา
การก่อสร้าง
เพิงไม้พร้อมหลังคาสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว
สามารถใช้เป็นที่เดินจงกรมหากฝนหรือหิมะตก
การปรับปรุงห้องโถงสำหรับกรรมฐานก็เรียบร้อยเช่นกัน
วิเวก และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเจริญภาวนา ขอขอบคุณ
ทุกท่านที่มีส่วนร่วมโดยเฉพาะ Dietmar, Herbert,
Klaus, Manfred und Beate.
ป้ายชื่อวัดติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยขอขอบคุณ
ลีโอผู้บริจาค ทางวัดได้จัดการปลูกต้นไม้เกือบ 100ต้น
เปลี่ยนทุ่งหญ้าหลังตึกให้เป็นป่าในอนาคต
ขอบคุณ เจสัน,จอเก้น และฟิลิปป์
สร้างก่อสร้างกฏิมีชนวนกันความเย็นสำหรับอาศัยในฤดูหนาว
2 หลังได้เริ่มแล้ว งานส่วนแรกของสถูปก็เริ่มแล้วเช่นกัน
ข่าวคราวความเคื่อนไหวของวัด
เมื่อวันที่
7 กรกฏาคาม 2551 ที่ผ่านมา
นิตยสารFocusซึ่งเป็นนิตยสารชั้นนำของเยอรมันนีได้นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับวัดมุตโตทัย
และได้สัมภาษณ์ท่านอาจารย์จัตตมโล
(เป็นภาษาเยอรมัน)
สามารถเข้าไปอ่านบทความได้ที่ www.focus.de/cattamalo
สื่อมวลชนเยอรมัน
ทั้งหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ ได้รายงานข่าว ในเชิงบวกถึง
วัดของชาวพุทธ ที่ตั้งขึ้นใหม่
เมื่อวันที่
25 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา ทางวัดได้ประกอบพิธี วิสาขบูชาขึ้น
ประชาชนให้ความ สนใจอย่างล้นหลาม ชาวพุทธและผู้สนใจกว่า 60
คนทั่วเยอรมันนี ได้เข้าร่วมพิธี ในจำนวนนี้ได้มี ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา
ที่ได้บริจาคทรัพย์ซื้อ ที่ดินและอาคาร เข้าร่วมพิธีด้วย
หลังจากที่ได้ถวาย ที่ดินและอาคารดังกล่าว อย่างเป็นทางการแล้ว
ทางพระสงฆ์ได้ สวดมนต์เป็นภาษาบาลี เพื่อเป็นสิริมงคล
นอกจาก พระอาจารย์จัตตมโล และพระคเวสโก ซึ่งประจำอยู่ที่มุตโตทัย
แล้วยังมี
พระอาคันตุกะอาทิเช่น พระอาจารย์แสวง พระอาจารย์สุขาจิตโต
และพระอาจารย์เกวลี ได้เข้าร่วมพิธีด้วย ทำให้ที่ประชุมสงฆ์ สมบรูณ์ตรงตาม
พระวินัย คือมีพระสงฆ์ประชุมกัน มากกว่า 4 รูป
่
|